Aug 7, 2026

เรือนไทย

ใครอยากปลูกเรือนไทยฟังทางนี้
​ในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมากระแสการปลูก “เรือนไทย” เป็นที่นิยมในหมู่ของคนไทย และชาวต่างชาติที่เข้ามาอาศัยในเมืองไทยมากขึ้น ไม่ว่าจะวิธีรื้อเรือนไทยเดิมมาปลูกใหม่ หรือวิธีปรุงเรือนไทยเดิมขึ้นมาใหม่หมดทั้งหลังตามแบบโบราณ รวมถึงการออกแบบเรือนไทยประยุกต์ที่ใช้โครงสร้างและวัสดุสมัยใหม่มาดีไซน์ในแนวความคิดของเรือนไทย แม้ปัจจุบันสถาปนิกทั่วไปจะสามารถออกแบบเรือนไทยได้ เนื่องจากหลายสถาบันได้บรรจุหลักสูตรวิชาสถาปัตยกรรมไทยในวิชาเรียนด้วย บางแห่งก็ผลิตสถาปนิกสาขาสถาปัตยกรรมไทยโดยตรง เช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร แต่การจะหาช่างหรือสถาปนิกปรุงเรือนไทยแบบเดิมที่มีฝีมือจริงๆค่อนข้างยาก (เดิมช่างปรุงเรือนไทยมักเป็นสถาปนิกไปในตัว)เนื่องจากเป็นงานที่ต้องใช้ฝีมือของช่างปรุงเรือนไทยโดยเฉพาะ และเป็นศิลปะที่ต้องอาศัยความชำนาญเป็นพิเศษ คนส่วนใหญ่จึงมักไม่รู้ว่าจะเริ่มอย่างไรเมื่ออยากได้เรือนไทยเดิมสักหลัง
ในคอลัมน์นี้ผมจึงอยากจะขอเล่าเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเกี่ยวกับขั้นตอนและวิธีว่าจ้างช่างปรุงเรือนไทย รวมไปถึงองค์ประกอบของตัวเรือนไทยว่ามีกี่แบบบ้าง เพื่อเป็นทางเลือกในการตัดสินใจให้ผู้ที่กำลังมองหาและอยากปลูกเรือนไทยได้เข้าใจเรือนไทยสถาปัตยกรรมประจำชาติของเรามากขึ้น
แกะรอย
1. อย่างแรกเราต้องตอบโจทย์ความต้องการของเราก่อนว่าอยากได้พื้นที่ใช้สอยอะไรบ้าง เพราะนั่นจะทำให้เราทราบว่าบ้านหลังนี้จะต้องปรุงเรือนทั้งหมดกี่หลัง แต่ละหลังมีขนาดเท่าไหร่ หากเราต้องการพื้นที่ห้องกว้างมาก บ้านเราอาจจำเป็นต้องใช้เรือนแฝดมาปรุงด้วย พื้นที่ที่ต้องเพิ่มเติมนอกเหนือจากเรือนไทยเดิมนั้นมีมากน้อยแค่ไหน เช่น ห้องน้ำ ส่วนอาบน้ำ ครัวสมัยใหม่ หรือพื้นที่ติดตั้งเครื่องปรับอากาศ เมื่อเราตอบประเด็นเหล่านี้ได้ก็จะทราบงบประมาณคร่าวๆในการปลูกเรือนไทย ซึ่งโจทย์เหล่านี้จะต้องนำมาพิจารณาร่วมกับขนาดที่ดินที่เรามีด้วย ว่าสามารถปลูกเรือนอย่างที่เราต้องการได้หรือไม่ ในส่วนนี้อาจขอคำปรึกษาจากสถาปนิก เพื่อวางแผนการออกแบบคร่าวๆ ก่อนนำมาจัดผังบริเวณและวางตำแหน่งเรือนแต่ละหลังบนที่ดิน
กำลังดี
ที่ดิน 100 ตารางวา เป็นขนาดที่สามารถปลูกเรือนไทย 1 หลังได้ขนาดสวยงามกำลังดี แต่ถ้าขนาดที่ดินใหญ่กว่านั้นก็จะยิ่งสามารถปรับปรุงภูมิทัศน์และจัดสวนเพิ่มความร่มรื่นให้เรือนไทยของเรามีบรรยากาศน่าอยู่ได้มากขึ้น แต่ขนาดที่ดินไม่ควรจะน้อยกว่า 50 ตารางวา เพราะจะทำให้เวลาอยู่อาศัยแล้วรู้สึกอุดอู้ เนื่องจากพื้นที่ชานและใต้ถุนภายนอกเป็นส่วนใช้งานหลักของเรือนไทย
2. ขั้นต่อมาคือการติดต่อหาช่างปรุงเรือนไทย ซึ่งสามารถหาช่างฝีมือได้แถวจังหวัดอยุธยา สุพรรณบุรี อ่างทอง สมุทรสงคราม ซึ่งมีอยู่หลายเจ้า ถูกชะตาเจ้าไหนก็ลองแวะเข้าไปชม แล้วอย่าลืมขอดูผลงานเก่าๆจากช่างว่าถูกใจเราหรือไม่ ก่อนจะตัดสินใจว่าจ้าง เพราะแต่ละแห่งจะมีสูตรในการปรุงเรือนแตกต่างกันไป

การปรุงเรือนไทยใหม่
คือ การปรุงเรือนไทยเดิมใหม่ทั้งหลัง อาจจะใช้ไม้เก่าหรือไม้ใหม่ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนตัว ซึ่งราคาไม่แตกต่างกันมาก บางคนคิดว่าไม้เก่าดีเพราะเป็นไม้แห้ง เนื่องจากผ่านการใช้งานมาแล้ว เมื่อนำมาปลูกการยืดหดตัวจะไม่มากเหมือนนำไม้ใหม่มาสร้าง อีกทั้งยังมีสีสันที่ดูคลาสสิก แต่ช่างบางคนกลับบอกว่าไม้ใหม่ดีกว่าเพราะหากผ่านการอบอย่างดีก็จะไม่มีปัญหาเรื่องการยืดหด ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแต่ละคนครับ
หากเราจ้างให้ช่างปรุงเรือนไทยพร้อมกับให้ช่างรับผิดชอบหาไม้มาด้วยเลย ซึ่งราคาค่าปรุงเรือน 3 ห้อง (1 หลัง) จะอยู่ประมาณระหว่าง 1,200,000 -1,600,000 บาท ขึ้นอยู่กับชนิดของไม้และวัสดุมุงหลังคาด้วย ดังนั้นถ้าเราต้องการปลูกเรือนไทยสัก 3 หลังราคาค่าก่อสร้างโดยเฉลี่ยก็จะประมาณ 3,600,00 -4,700,000 บาท ส่วนศาลา ซุ้ม หรือหอนก ขนาด 3 เมตร ราคาค่าก่อสร้างโดยประมาณ 40,000-50,000 บาท หรือคิดเป็นพื้นที่ต่อตารางเมตรจะอยู่ราคาประมาณ 30,000 บาทต่อตารางเมตร
ในกรณีที่เราสามารถหาไม้ได้เอง จะให้ช่างมาช่วยปรุงอย่างเดียว ราคาค่าแรงในการปรุงเรือนไทย 1 หลัง ( 3 ห้อง) จะอยู่ประมาณ 200,000-400,000 บาท ขึ้นอยู่กับขนาดเรือน

มาตราวัดที่ควรรู้
สำหรับคนไม่คุ้นเคยกับมาตราวัดความยาวแบบสมัยโบราณ เมื่ออยากจะปลูกเรือนไทยควรจะรู้หน่วยวัดเหล่านี้ไว้สักนิดนะครับ เพราะช่างปรุงเรือนไทยส่วนใหญ่เวลาคุยแบบแล้วมักจะใช้หน่วยวัดที่เราไม่ค่อยคุ้นหู เช่น เรือนขนาดกว้าง 7 ศอก คือ เรือนที่มีด้านสกัด (ด้านแคบเรือนไทย) กว้าง 3.50 เมตร (1 ศอก เท่ากับ 50 เซนติเมตร) เป็นต้น
4 กระเบียด เป็น 1 นิ้ว
12 นิ้ว เป็น 1 คืบ
2 คืบ เป็น 1 ศอก
4 ศอก เป็น 1 วา
1 วา เป็น 2 เมตร
– การซื้อเรือนไทยเก่ามาปรุงใหม่
ส่วนใครที่เกิดติดใจกับเสน่ห์ไม้เก่า อยากซื้อเรือนไทยเดิมของชาวบ้านเพื่อถอดย้ายมาปรุงใหม่ ก็ลองติดต่อช่างให้ช่วยถามเจ้าของเรือนในละแวกนั้น ว่ามีใครประสงค์อยากจะขายเรือนไทยหรือเปล่า เมื่อมีคนสนใจขายเราก็เข้าไปเช็คสภาพและขนาดเรือนว่าตรงกับที่เราต้องการหรือไม่ มีส่วนไหนที่ต้องซ่อมแซมบ้าง เราควรคำนวณค่าใช้จ่ายส่วนนี้รวมกับงบประมาณด้วย เพราะบางครั้งราคาเรือนเก่ารวมกับค่าซ่อมแซมเรือนอาจสูงกว่าการปรุงเรือนใหม่ก็ได้ เพราะเรือนเก่าต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรื้อถอนด้วย ซึ่งการปลูกเรือนไทยด้วยไม้ใหม่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ อีกทั้งชิ้นส่วนบางชิ้นอาจชำรุดมากจนไม่สามารถนำมาใช้ใหม่ได้ เมื่อพอใจก็ตกลงราคากับเจ้าของบ้าน บางครั้งอาจหาซื้อได้ในราคาไม่แพงนัก ตรงนี้ขึ้นกับวิธีเจรจาและวาสนาของแต่ละคนครับ
*ราคาเรือนไทยเก่าหนึ่งหลังตกประมาณ 700,000-900,000 บาท แปรผันตามสภาพของเรือนไทยด้วย
*ค่ารื้อถอนประมาณ 200,000-300,000 บาท ขึ้นอยู่กับความยากง่ายของงาน
*ส่วนค่าขนย้ายนั้นขึ้นอยู่กับระยะทาง
*ค่าปรุงเรือนไทยหลังหนึ่งรวมค่ารื้อถอนด้วยราคาประมาณ 600,000 – 700,000 บาท ขึ้นอยู่กับความยากง่ายของงาน


ราคาค่าก่อสร้างส่วนต่างๆของเรือนไทยแบบแยกชิ้นโดยประมาณ
ปั้นลมไม้สัก ราคาประมาณ 1,500-2,000 บาทต่อ 1 ชิ้น
หน้าจั่วไม้สัก ราคาประมาณ 30,000-40,000 บาทต่อ 1 จั่ว
เสาไม้เต็ง เสาไม้แดง สูง 8เมตร ราคาประมาณ 3,500 -4,000 บาท
แผ่นฝาไม้สักที่ประกอบพร้อมปรุง ราคาประมาณ15,000-20,000 ต่อฝา 1 แผ่น
หมายเหตุ ราคานี้สอบถามจาก คุณสม เขียวประจบ ช่างปรุงเรือนไทยชาวพระนครศรีอยุธยา แต่ละเจ้าอาจมีราคาแตกต่างกันไป
“ส่วนใหญ่การรื้อเรือนไทยเก่ามาปรุงใหม่มักจะมีปัญหาเรื่องการรั่วซึมน้ำที่ฝาเรือน เพราะเมืองไทยมีทั้งฤดูร้อนและฝนชุก ทำให้ฝาผุง่าย อีกทั้งโครงสร้างต่างๆก็เก่าอาจนำมาใช้ใหม่ลำบาก แต่หลายคนมักคิดว่าซื้อเรือนเก่ามาปลูกใหม่เป็นเรื่องดี แต่ผมคิดว่าการปรุงเรือนไทยด้วยไม้ใหม่จะเหมาะกว่า อีกทั้งการทำฝาด้วยไม้ใหม่ยังสามารถอุดกาว เพื่อป้องกันแอร์รั่วได้ง่ายกว่าดัวย”ส.บุญมีฤทธิ์ ช่างปรุงเรือนไทย
3. หลังจากเราหาช่างปรุงเรือนไทยหรือซื้อเรือนไทยเก่ามาครบตามจำนวนที่ต้องการแล้ว ส่วนใหญ่จะต้องมีการปรับเปลี่ยนหรือเพิ่มเติมโครงสร้างของเรือนไทยบางส่วน เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อการดำเนินชีวิตในยุคปัจจุบันได้ อย่างที่ได้กล่าวมาแล้วก่อนหน้านี้ เช่น ดัดแปลงชานไม้เป็นชานคอนกรีตปูกระเบื้องดินเผาเพื่อให้ทำความสะอาดง่ายขึ้น ดัดแปลงใต้ถุนเป็นพื้นที่ใช้สอยอื่นๆ เช่น ห้องเก็บของ ห้องนั่งเล่น ห้องแม่บ้าน เพิ่มหน้าต่างกระจกเพื่อให้สามารถติดเครื่องปรับอากาศได้ เพิ่มบันไดใต้ชายคาที่สามารถขึ้นจากใต้ถุนขณะฝนตกแล้วไม่เปียก และงานระบบต่างๆ เช่น ระบบไฟฟ้า ระบบปรับอากาศ ระบบประปา
สิ่งเหล่านี้เราต้องวางแผนไว้ก่อนล่วงหน้าว่าจะทำอย่างไรให้วัสดุที่เราเลือกเข้ากับบรรยากาศกับเรือนไทยด้วย เพื่อให้ส่วนต่อเติมใหม่ไม่ดูขัดเขินเมื่อมาอยู่กับเรือนไทยเดิมที่สร้างจากไม้ทั้งหลัง
ถอดทีละชิ้น
เนื่องจากเรือนไทยเป็นเรือนถอดประกอบได้ (PREFABRICATION) และยังมีขนาดและสัดส่วนขององค์ประกอบต่างๆที่ค่อนข้างเป็นมาตรฐาน ดังนั้นสมัยก่อนครู หรือ ช่างวัฒกี (ช่างไม้) จะปรุงชิ้นส่วนต่างๆแต่ละส่วนตามหลักและแบบแผนเดียวกันหมด เหมือนการผลิตวัสดุสำเร็จรูปจากโรงงาน ทำให้บ้านไหนที่ต้องการปลูกบ้านเร่งด่วน ก็สามารถหยิบยืมวัสดุจากบ้านอีกหลังหนึ่งที่ไม่เร่งสร้างไปใช้ก่อนได้
ดังนั้นเพื่อให้เข้าใจและมองเห็นภาพองค์ประกอบต่างๆของเรือนไทยได้ชัดเจนมากขึ้น ผมจึงขอแยกส่วนเครื่องปรุงเหล่านี้ว่ามีกี่แบบบ้าง แต่ละแบบหน้าตาอย่างไร เพื่อให้ผู้ที่คิดจะปลูกเรือนไทยได้เอาไว้ใช้พิจารณาดู ว่าเราอยากให้เรือนไทยของเรามีหน้าตาแบบไหนครับ
สัดส่วนเรือนไทยเดิมด้านสกัด
เรือนไทยนั้นมีสัดส่วนที่ตายตัว การวัดขนาดเรือนจะวัดทางด้านสกัดหรือด้านแคบ ตัวอย่างเช่น หากเรือนไทยที่มีด้านสกัดขนาด5 ศอก ความสูงจากพื้นดินถึงพื้นเรือนควรจะสูงประมาณ 4 ศอก และจากพื้นเรือนถึงขื่อควรสูงประมาณ 5 ศอก เพื่อให้ได้สัดส่วนที่สวยงาม
สัดส่วนที่สวยงาม
ความกว้างด้านสกัดหรือด้านแคบของเรือนไทยเดิมนั้น ปกติจะกว้างประมาณ 3 -4 เมตร ที่พบเห็นส่วนใหญ่จะกว้างประมาณ 3.50 เมตร แต่ที่เหมาะกับบ้านในสมัยนี้ คือ 4 เมตร เพราะสามารถจัดเฟอร์นิเจอร์ภายในห้องได้ง่ายนั่นเองครับ

บ้านเรือนไทย 4 ภาค ต่างกันอย่างไร สร้างแบบไหนดีกว่า

บ้านเรือนไทย 4 ภาค ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง และภาคใต้ ถือเป็นอีกหนึ่งแบบบ้านที่บ่งบอกถึงเอกลักษณ์ไทยได้เป็นอย่างดี นอกจากการออกแบบที่สวยงาม โดดเด่น เรือนไทย 4 ภาคส่วนใหญ่ มักออกแบบแตกต่างกันไปตามสภาพแวดล้อมขึ้นอยู่กับภูมิประเทศ ภูมิอากาศ โดยเน้นที่ความสะดวกสบาย และประโยชน์ใช้สอย โดยการปลูกบ้านเรือนไทยในประเทศไทยมีลักษณะอย่างไรวันนี้ตามจระเข้ไปดูกัน 

ภาพ: บ้านเรือนไทย

ก่อนจะทำความรู้จักกับเรือนไทย 4 ภาค เรามาดูจุดเด่นของบ้านเรือนไทยก่อนว่ามีอะไรบ้าง

จุดเด่นของบ้านเรือนไทย

1. หลังคาทรงจั่วช่วยระบายความร้อน

ภาพ: หลังคาหน้าจั่ว

หลังคาหน้าจั่ว เป็นจุดเด่นสำคัญของบ้านเรือนไทย โดยส่วนมากมักเป็นหลังคาหน้าจั่วทรงสูง เพื่อให้น้ำฝนไหลลงพื้นได้เร็วขึ้น และยังช่วยระบายความร้อนออกจากตัวบ้านได้อย่างดี ช่วยให้ไอความร้อนสัมผัสตัวที่อยู่อาศัยได้ยากขึ้น เหมาะสำหรับภูมิอากาศของไทยที่เป็นเมืองร้อน เมื่อนำมาสร้างด้วยไม้ซึ่งคลายความร้อนได้ดี ก็จะยิ่งช่วยให้อากาศภายในบ้านเย็นสบายยิ่งขึ้น 

​2. ใต้ถุนสูงป้องกันน้ำท่วมและสัตว์

ภาพ: บ้านใต้ถุนสูง

อีกหนึ่งจุดเด่นสำคัญของบ้านเรือนไทยก็ คือ ตัวบ้านยกสูงหรือบ้านใต้ถุนสูงนั่นเอง โดยบ้านเรือนไทยสวย ๆ บางหลังอาจมีความสูงถึง 2 เมตรเลยทีเดียว โดยพื้นที่บริเวณใต้ถุนนั้นใช้สำหรับรับมือกับน้ำท่วม และป้องกันสัตว์ที่มีพิษร้ายประเภทต่าง ๆ เข้าสู่ตัวบ้าน อีกทั้งยังใช้เป็นที่สำหรับพักผ่อนหย่อนใจ และช่วยให้อากาศถ่ายเทได้สะดวกอีกด้วย

​3. พื้นไม้เว้นร่อง

ภาพ: พื้นบ้านเรือนไทย

บ้านเรือนไทยส่วนใหญ่มักทำพื้นชานเรือนแบบตีเว้นร่อง เพื่อให้อากาศที่ถ่ายเทจากการสร้างบ้านให้มีใต้ถุนสูงพัดขึ้นมาด้านบนได้สะดวกมากขึ้น อีกทั้งหากมีฝนตกเข้าสู่ตัวบ้านก็ยังช่วยระบายน้ำออกจากบ้านได้เร็วขึ้นด้วย
อย่างที่เห็นภาพกันไปแล้วว่าบ้านเรือนไทยนั้นดูเหมือนกับบ้านหลาย ๆ หลังประกอบกัน เราจะพาไปดูกันต่อว่าส่วนประกอบของบ้านเรือนไทยนั้นมีอะไรกันบ้าง?

​ส่วนประกอบของบ้านเรือนไทย

นื่องจากบ้านเรือนไทยส่วนใหญ่นิยมสร้างแบบเรือนหมู่ ซึ่งเกิดจากการก่อสร้างตามกำลังทรัพย์โดยค่อย ๆ สร้างเรือนเพิ่มตามการใช้งาน ทำให้ส่วนประกอบของบ้านเรือนไทยมีหลายส่วน ดังต่อไปนี้

1. เรือนนอน

ภาพ: บ้านเรือนไทย

เรือนนอนเป็นพื้นที่สำหรับอยู่อาศัย พักผ่อนหย่อนใจ มักแบ่งห้องตามจำนวนสมาชิก หากมีสมาชิกเพิ่มขึ้นหรือครอบครัวขยายตัวมากขึ้น จะมีการสร้างเรือนเพิ่มรอบ ๆ แล้วเชื่อมต่อกันด้วยชานเรือน

2. ชานเรือน

ภาพ: ชานเรือน

ชานเรือนเป็นพื้นที่โล่งกว้างเชื่อมระหว่างห้องต่าง ๆ ใช้สำหรับทำกิจกรรมต่าง ๆ เช่น สำหรับพักผ่อน พบปะสังสรรค์ ใช้เป็นพื้นที่รับรองแขก รวมไปถึงใช้จัดพิธีแต่งงานได้อีกด้วย

3. เรือนครัว

ภาพ: เรือนครัว

เรือนครัว เป็นเรือนที่มักสร้างแยกจากบริเวณที่พักอาศัย โดยออกแบบให้มีช่องระบายอากาศ เพื่อระบายควันไฟ และกลิ่นอาหารออกสู่ภายนอก และนิยมตีไม้เว้นช่องเพื่อให้อากาศถ่ายเทได้ดี
อย่างที่ได้กล่าวไปแล้วว่าบ้านเรือนไทย 4 ภาค สร้างขึ้นตามสภาพพื้นที่และอากาศ โดยแต่ละแบบนั้นแตกต่างกันอย่างโดดเด่นชัดเจน เห็นได้ดังต่อไปนี้

​รูปแบบของบ้านเรือนไทย 4 ภาค

1. บ้านเรือนไทยภาคเหนือ

ภาพ: บ้านสไตล์ล้านนา

เนื่องจากพื้นที่ภาคเหนือมีอากาศหนาวเย็น บ้านเรือนไทยทางภาคเหนือจึงนิยมสร้างเป็นเรือนแฝด และมีหลังคาเตี้ยกว่าเรือนไทยภาคอื่น ๆ รวมถึงสัดส่วนของตัวบ้านด้วยเช่นกัน โดยนิยมสร้างบ้านเรือนให้ปิดมิดชิด เจาะหน้าต่างเล็ก ๆ เพื่อปกป้องผู้อยู่อาศัยจากอากาศเย็น และใช้วัสดุที่หาได้จากท้องถิ่น
โดยบ้านเรือนไทยภาคเหนือหรืออาณาจักรล้านนามักเรียกว่า “เรือนกาแล” ซึ่งมีความสวยงามอย่างมาก เรียกได้ว่าเป็นเรือนสำหรับผู้ที่มีฐานะ อย่างเช่น ผู้นำชุมชน หัวหน้า เป็นต้น โดยจะมีลักษณะที่แตกต่างไปจากเรือนสามัญชน จุดเด่นของเรือนกาแลมีสลักสวยงามที่ปลายยอดจั่ว เนื้อไม้แข็ง ยกใต้ถุนสูง ปัจจุบันมีการปลูกเป็นเรือนแฝด มีชายคาคลุมเรือนทั้งหมด ผนังผายออก

2. บ้านเรือนไทยภาคอีสาน

ภาพ: บ้านทรงไทยภาคอีสาน

ที่อยู่อาศัยภาคอีสานส่วนใหญ่ มักตั้งอยู่ตามที่ราบลุ่มริมแม่น้ำ หรือหนองบึง และนิยมสร้างด้านกว้างให้หันไปทางทิศตะวันออก และทิศตะวันตก และสร้างด้านยาวไปทางทิศเหนือและทิศใต้ โดยบ้านเรือนไทยภาคอีสานที่นิยมสร้างมีทั้งหมด 3 แบบ ได้แก่

  1. เฮือนเกย เป็นเฮือนเดี่ยว มีการออกแบบยื่นชายคาหลังคาด้านหนึ่งยาวออกไป คลุมพื้นที่ใช้สอยทั้งหมด เรียกว่า “เกย”
  2. เฮือนแฝด หลังคาทรงจั่วสองเรือนสร้างชิดกัน มีผนังครบทุกด้าน เป็น “เฮือนใหญ่”
  3. เฮือนโข่ง มีลักษณะคล้ายเฮือนแฝด มีการแยกโครงสร้างออกจากกัน เพื่อให้เกิดเป็นช่องทางเดินตรงกลางเชื่อมต่อพื้นที่ หลังคาลาดชันน้อย

3. บ้านเรือนไทยภาคกลาง

ภาพ: บ้านเรือนไทยภาคกลาง

บ้านเรือนไทยภาคกลางส่วนใหญ่นิยมสร้างใกล้กับที่ราบลุ่มแม่น้ำเช่นเดียวกับบ้านภาคอีสาน แต่เนื่องจากภาคกลางมีอากาศร้อนอบอ้าว คนส่วนใหญ่จึงมักสร้างบ้านหลังคาสูง เพื่อถ่ายเทความร้อนออกจากตัวบ้าน และช่วยให้น้ำฝนไหลลงจากหลังคาได้เร็ว โดยบ้านเรือนไทยภาคกลางมักสร้างด้วยไม้ไผ่สลับไม้เนื้อแข็ง นิยมสร้าง 2 รูปแบบ ดังต่อไปนี้

  1. เรือนเดี่ยว ครอบครัวขนาดเล็กมีเรือนนอน แยกกับเรือนครัว และมีการเชื่อมด้วยชานเดียวกัน
  2. เรือนหมู่ เรือนหลายหลังเชื่อมต่อกัน เป็นเรือนของผู้มีฐานะมาก วัสดุก่อสร้างเป็นเรือนไม้เนื้อแข็ง ใต้ถุนสูง หลังคาจั่วทรงสูง อ่อนโค้ง ประดับด้านจั่ว “เหงา” หรือ “หางปลา” มีระเบียงบ้านรับลม

4. บ้านเรือนไทยภาคใต้

ภาพ: บ้านเรือนไทยภาคใต้

เนื่องจากภูมิประเทศทางภาคใต้นั้นแตกต่างจากภูมิภาคอื่น ๆ เป็นอย่างมาก เพราะมีฝนตกชุกตลอดทั้งปี ผู้คนทางภาคใต้จึงมักสร้างบ้านที่มีหลังคาสูงเพื่อระบายน้ำฝนให้ไหลลงผ่านชาคาที่คลุมไปถึงบันได และนิยมใช้ไม้กระดาน ไม้ไผ่สาน หรือวัสดุที่หาได้ง่ายในท้องถิ่น นอกจากนี้ตามหลักวัฒนธรรม และความเชื่อของภาคใต้ การปลูกบ้านจึงมีทั้งหมด 2 แบบ คือ เรือนไทยมุสลิม และเรือนไทยพุทธ ดังนี้

  1. เรือนไทยพุทธภาคใต้ ลัษณะเรือนไม้ใต้ถุนสูง มีหลังคาทรงปั้นหยา และจั่วภายในบ้านมีการกั้นห้องแบ่งเป็นสัดส่วน ชายคายื่นยาว หรือชานเชื่อมแต่ละเรือนเข้าด้วยกัน การก่อสร้างไม่ซับซ้อน
  2. เรือนไทยมุสลิมภาคใต้ เน้นใต้ถุนสูง มีหลังคา 3 แบบ ปั้นหยา มนิลา และ จั่ว ภายในสบาย มักจะเปิดโล่ง มีเฉพาะห้องที่สำคัญเป็นส่วนตัวเท่านั้น

เป็นอย่างไรกันบ้างสำหรับ บ้านเรือนไทย 4 ภาค จะเห็นได้ว่าบ้านเรือนไทยแต่ละภาค ไม่ว่าจะเป็น ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง และภาคใต้ นั้นมีลักษณะบ้านที่ไม่เหมือนกัน มักปลูกสร้างตามภูมิภาค คำนึงสภาพอากาศ ความเป็นอยู่ หากคุณกำลังมองหาผู้เชี่ยวชาญ  รับประมาณราคาก่อสร้าง วิศวกรมืออาชีพ ที่รับทำ BOQ ถอดแบบบ้าน ถอดแบบอาคาร ถอดแบบโรงงาน รับประมาณราคาก่อสร้าง เพื่อขอยื่นกู้ธนาคาร เสนอราคาก่อสร้างในการประมูล งานละเอียด ครบถ้วน ให้คุณรู้ต้นทุนที่แท้จริง ที่ THAIBOQ แหล่งรวมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญด้านการถอดแบบ BOQ และประมาณราคาก่อสร้าง ที่พร้อมช่วยคุณ สามารถพูดคุยกับเราได้ก่อนที่    ติดต่อ ไทย บีโอคิว - THAI BOQ : ประมาณราคางานก่อสร้าง